บทความ: How Chairs Drive Board Performance

5 พฤศจิกายน 2569 12:15 น.

การมีกรรมการที่มีความรู้และประสบการณ์หลากหลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของบอร์ดที่มีประสิทธิภาพ แต่ความสามารถของกรรมการแต่ละคนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถนำความเชี่ยวชาญเหล่านั้นมาเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม

 

ประธานกรรมการจึงมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนศักยภาพของกรรมการแต่ละคนให้เป็นคุณค่าร่วมของบอร์ด ทั้งในด้านการทำงานร่วมกับฝ่ายบริหาร การอภิปรายประเด็นเชิงกลยุทธ์ การยกระดับมาตรฐานการทำงาน และการสร้างบรรยากาศที่เปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่าง


 

ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบอร์ดกับฝ่ายบริหาร

ประธานกรรมการทำหน้าที่เป็นผู้นำของบอร์ดและเป็นตัวกลางสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่างกรรมการกับฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะ CEO เพื่อให้ประเด็นสำคัญได้รับการพิจารณาอย่างเหมาะสม และบอร์ดสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องที่สร้างคุณค่าให้แก่องค์กรได้อย่างแท้จริง

  • จัดวาระการประชุมเน้นประเด็นสำคัญ: ทำงานร่วมกับ CEO และประธานกรรมการชุดย่อย เพื่อคัดกรองหัวข้อที่ต้องใช้การอภิปรายเชิงกลยุทธ์ของบอร์ด มากกว่าการรับฟังรายงานจากฝ่ายบริหารเพียงอย่างเดียว
  • สร้างความเชื่อมโยงนอกห้องประชุม: ติดต่อสื่อสารกับ CEO ประธานชุดย่อย และกรรมการแต่ละท่านเป็นประจำระหว่างการประชุม เพื่อรับฟังมุมมองที่แตกต่างและรักษาช่องทางการสื่อสารให้เปิดกว้าง
  • ใช้การประชุม Executive Sessions: จัดพื้นที่ให้กรรมการอิสระได้แลกเปลี่ยนความเห็นและข้อกังวลโดยไม่มีฝ่ายบริหารร่วมอยู่ด้วย จากนั้นจึงนำประเด็นสำคัญไปสื่อสารกับ CEO อย่างเหมาะสมเพื่อกระชับความสัมพันธ์และความไว้วางใจ

 

นำความเชี่ยวชาญของกรรมการไปสู่การตัดสินใจที่มีคุณภาพ

กรรมการแต่ละคนอาจมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน ทั้งด้านธุรกิจ การเงิน เทคโนโลยี การบริหารความเสี่ยง หรือทรัพยากรบุคคล หน้าที่ของประธานกรรมการจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น แต่ต้องช่วยให้ความรู้และประสบการณ์เหล่านั้นเชื่อมโยงกันจนเกิดเป็นมุมมองที่รอบด้านและสนับสนุนการตัดสินใจของบอร์ด

  • เตรียมพร้อมก่อนการประชุม: ระบุตัวกรรมการที่มีประสบการณ์ตรงกับหัวข้อสำคัญ และเตรียมคำถามเจาะจงเพื่อดึงความรู้ดังกล่าวออกมาไว้ล่วงหน้า
  • ลำดับการแสดงความคิดเห็น: ดึงกรรมการที่มีประสบการณ์ตรงมาแลกเปลี่ยนมุมมองก่อน แล้วจึงเชิญกรรมการท่านอื่นร่วมต่อยอดความคิด เพื่อประเมินว่ามีความเห็นสอดคล้องหรือแตกต่างกันอย่างไร
  • คุมระดับการหารือให้อยู่ในระดับกลยุทธ์: เมื่อบทสนทนาเริ่มลงรายละเอียดเชิงปฏิบัติการมากเกินไป ประธานต้องดึงกลับมาสู่มุมมองระดับบอร์ด เช่น สมมติฐานที่ฝ่ายบริหารใช้มีความสมเหตุสมผลเพียงใด มีทางเลือกอะไรที่ควรพิจารณา หรือความเสี่ยงที่องค์กรต้องรับมือ

 

ยกระดับมาตรฐานการมีส่วนร่วมของกรรมการ

บอร์ดที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยกรรมการที่มีความรับผิดชอบต่อการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เพียงเตรียมข้อมูลมาประชุม แต่ต้องรับฟังผู้อื่น แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ และพร้อมปรับปรุงพฤติกรรมของตนเมื่อได้รับข้อเสนอแนะ

  • กำหนดมาตรฐานให้ชัดเจน: กำหนดความคาดหวังเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมที่ดี ทั้งการเตรียมตัว ความเป็นอิสระในการใช้วิจารณญาณ คุณภาพของคำถาม และการรับฟังความคิดเห็น ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
  • ให้ Feedback ทันทีเมื่อเกิดปัญหา: หากพบพฤติกรรมที่บั่นทอนประสิทธิภาพของบอร์ด เช่น การพูดครอบงำการประชุม หรือการลงรายละเอียดในเรื่องที่เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารมากเกินไป ควรพูดคุยและให้ข้อเสนอแนะเป็นการส่วนตัวโดยไม่จำเป็นต้องรอการประเมินบอร์ดประจำปี

นอกจากนี้ การให้ข้อเสนอแนะควรครอบคลุมทั้งสิ่งที่ต้องปรับปรุงและพฤติกรรมที่สร้างคุณค่า โดยประธานกรรมการต้องเป็นแบบอย่างในการเปิดรับคำวิจารณ์และพร้อมปรับปรุงตนเองเช่นเดียวกัน รวมถึงควรมีกระบวนการที่น่าเชื่อถือให้กรรมการสามารถประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการได้ด้วย


 

สร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมการใช้วิจารณญาณอย่างเป็นอิสระ

บอร์ดที่มีประสิทธิภาพต้องสามารถตั้งคำถามต่อสมมติฐาน พิจารณาทางเลือกที่หลากหลาย และแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างได้โดยไม่ถูกกดดันให้คล้อยตามเสียงส่วนใหญ่ ประธานกรรมการจึงต้องสร้างบรรยากาศที่ทำให้การตั้งคำถามและการท้าทายความคิดเห็นเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลที่ดี

  • แสวงหามุมมองที่แตกต่างอย่างตั้งใจ: เชิญชวนให้กรรมการที่มีมุมมองแตกต่างหรือยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นได้มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะก่อนที่ความคิดเห็นของกรรมการเพียงไม่กี่คนจะครอบงำการอภิปราย อีกทั้งควรตั้งคำถามว่ามีมุมมองหรือสมมติฐานใดที่บอร์ดยังไม่ได้พิจารณาหรือไม่
  • ชะลอการแสดงความเห็นของตนเอง: ตำแหน่งและอำนาจของประธานอาจมีอิทธิพลต่อความคิดของกรรมการคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ การเปิดโอกาสให้กรรมการแสดงความคิดเห็นก่อนจะช่วยให้การพิจารณาเป็นอิสระมากขึ้น เมื่อเกิดความเห็นไม่ตรงกัน ควรเปิดพื้นที่ให้แต่ละฝ่ายอธิบายเหตุผล โดยมุ่งอภิปรายที่ประเด็นมากกว่าตัวบุคคล
  • ทำให้การตั้งคำถามและโต้แย้งเป็นเรื่องปลอดภัย: เมื่อได้รับการตั้งคำถามหรือท้าทายความคิดเห็น ควรตอบสนองด้วยความเปิดใจและความต้องการที่จะทำความเข้าใจ แทนที่จะปกป้องความคิดเห็นของตนเอง และพร้อมทบทวนมุมมองของตนเมื่อมีเหตุผลที่เหมาะสม

เป้าหมายคือการสร้างบรรยากาศในการประชุมบอร์ดที่กรรมการสามารถตั้งคำถามต่อสมมติฐานและท้าทายแนวคิดของกันและกันได้อย่างสร้างสรรค์


 

บทสรุป

ประสิทธิภาพของบอร์ดไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของกรรมการแต่ละคนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำความเชี่ยวชาญที่หลากหลายมาสร้างเป็นการตัดสินใจร่วมกันที่มีคุณภาพ

ประธานกรรมการจึงต้องทำหน้าที่มากกว่าการควบคุมการประชุม โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบอร์ดกับฝ่ายบริหาร ดึงศักยภาพของกรรมการมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และสร้างวัฒนธรรมที่เปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่าง

เมื่อกรรมการสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ใช้วิจารณญาณอย่างเป็นอิสระ และต่อยอดความคิดของกันและกันได้ บอร์ดย่อมมีโอกาสตัดสินใจในประเด็นสำคัญได้รอบคอบยิ่งขึ้น และสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Author: Rusty O’Kelley and Laura Mantoura

ที่มา : Harvard Law School Forum on Corporate Governance

https://corpgov.law.harvard.edu/2026/10/19/how-chairs-drive-board-performance/

Loading...